Positive Pressure Room และ Negative Pressure Room ควรตรวจสอบแรงดันอย่างไร

ห้องแรงดันบวกและห้องแรงดันลบเป็นพื้นที่ที่ต้องควบคุม ความแตกต่างของแรงดันอากาศระหว่างห้องกับพื้นที่ข้างเคียง เพื่อกำหนดทิศทางการไหลของอากาศให้เหมาะกับการใช้งาน

การตรวจสอบแรงดันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากแรงดันผิดจากที่ออกแบบไว้ อากาศอาจไหลผิดทิศและกระทบต่อประสิทธิภาพของห้องได้

Positive Pressure Room คืออะไร

Positive Pressure Room หรือ ห้องแรงดันบวก คือห้องที่มีแรงดันอากาศภายในสูงกว่าพื้นที่รอบข้าง

เมื่อเปิดประตูหรือมีช่องรั่ว อากาศจึงมีแนวโน้มไหล ออกจากห้องไปด้านนอก ช่วยลดโอกาสที่ฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกจะไหลเข้าสู่ห้อง

พื้นที่ที่อาจใช้แนวคิดแรงดันบวก เช่น

  • ห้องสะอาดบางประเภท
  • ห้องผลิตยา
  • ห้องปฏิบัติการบางประเภท
  • ห้องผ่าตัดบางรูปแบบ

Negative Pressure Room คืออะไร

Negative Pressure Room หรือ ห้องแรงดันลบ คือห้องที่มีแรงดันอากาศภายในต่ำกว่าพื้นที่รอบข้าง

อากาศจึงมีแนวโน้มไหล จากภายนอกเข้าสู่ห้อง และอากาศภายในจะถูกระบายออกผ่านระบบที่ออกแบบไว้

มักใช้ในพื้นที่ที่ต้องการควบคุมไม่ให้อากาศหรือสิ่งปนเปื้อนภายในแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น

ควรตรวจแรงดันด้วยอะไร

การตรวจสอบแรงดันควรใช้เครื่องมือที่สามารถวัด Differential Pressure หรือค่าความต่างของแรงดันระหว่างสองพื้นที่ เช่น

  • Differential Pressure Gauge
  • Digital Manometer
  • Pressure Transmitter
  • ระบบ Monitoring หรือ BMS

เครื่องมือควรได้รับการติดตั้งและสอบเทียบให้เหมาะกับช่วงแรงดันที่ต้องการวัด

ควรวัดแรงดันระหว่างจุดไหน

โดยทั่วไปควรวัดระหว่าง

  • ภายในห้องกับทางเดิน
  • ภายในห้องกับห้องข้างเคียง
  • ห้องหลักกับ Airlock หรือ Anteroom
  • พื้นที่สะอาดกับพื้นที่ที่มีระดับความสะอาดต่ำกว่า

จุดวัดควรสอดคล้องกับแนวคิดการไหลของอากาศที่ออกแบบไว้

ดูเฉพาะค่าตัวเลขเพียงพอหรือไม่

ไม่ควรดูเฉพาะค่าบนเกจเพียงอย่างเดียว

ควรตรวจสอบร่วมกับ ทิศทางการไหลของอากาศ เช่น การทดสอบด้วย Smoke Test หรือวิธีที่เหมาะสม เพื่อยืนยันว่าอากาศไหลไปในทิศทางที่ต้องการจริง

ตัวอย่างเช่น

ห้องแรงดันบวก
อากาศควรมีแนวโน้มไหลออกจากห้อง

ห้องแรงดันลบ
อากาศควรมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ห้อง

ทำไมแรงดันถึงเปลี่ยนได้

แรงดันภายในห้องอาจเปลี่ยนจากหลายสาเหตุ เช่น

  • HEPA Filter หรือ Filter เริ่มอุดตัน
  • ปริมาณลม Supply เปลี่ยน
  • ปริมาณลม Exhaust เปลี่ยน
  • ประตูเปิดค้าง
  • ซีลประตูหรือผนังมีรอยรั่ว
  • พัดลมหรือระบบควบคุมทำงานผิดปกติ
  • การปรับ Balance ระบบลมไม่เหมาะสม

จึงควรตรวจสอบทั้งแรงดันและระบบลมร่วมกัน

ควรตรวจสอบบ่อยแค่ไหน

พื้นที่สำคัญควรมีการติดตามค่าแรงดันอย่างต่อเนื่อง หรือมีระบบแจ้งเตือนเมื่อค่าออกนอกช่วงที่กำหนด

นอกจากนี้ควรมีการตรวจสอบตามแผนบำรุงรักษา เช่น

  • ตรวจค่าหน้างาน
  • ตรวจการทำงานของเซนเซอร์
  • สอบเทียบเครื่องมือ
  • ตรวจ Airflow
  • ตรวจ Filter
  • ตรวจระบบ Alarm

ความถี่ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทห้อง มาตรฐานที่ใช้ และข้อกำหนดของหน่วยงานหรือกระบวนการนั้น ๆ

แรงดันที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่

ไม่มีค่าตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกห้อง เพราะต้องพิจารณาจาก

  • ประเภทของห้อง
  • ระดับความสะอาด
  • กระบวนการภายใน
  • มาตรฐานหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • จำนวนประตูและพื้นที่เชื่อมต่อ
  • ปริมาณ Supply Air และ Exhaust Air

ดังนั้นค่าที่ใช้ควรอ้างอิงจาก Design Criteria และมาตรฐานของโครงการนั้นโดยเฉพาะ

สรุป

การตรวจสอบ Positive Pressure Room และ Negative Pressure Room ควรวัดความต่างของแรงดันระหว่างพื้นที่ ตรวจสอบทิศทางการไหลของอากาศ และติดตามการทำงานของระบบ Supply และ Exhaust ร่วมกัน

สิ่งสำคัญคือไม่ควรดูเพียงว่าห้อง “เป็นบวกหรือเป็นลบ” แต่ต้องดูว่าแรงดันอยู่ในช่วงที่ออกแบบไว้ และอากาศไหลไปในทิศทางที่ต้องการจริง

การติดตั้งเครื่องวัดแรงดัน ระบบแจ้งเตือน และการตรวจสอบเป็นระยะ จะช่วยให้ระบบ Clean Room หรือพื้นที่ควบคุมอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอมากขึ้น

สนใจติดต่อเรา : www.bangkokcool.co.th

บริษัท บางกอก คูล จำกัด

โทร 091-961-4415

โทร 094-016-1565

Email : Bangkok_Cool@hotmail.com

www.Bangkokcool.co.th